ETF คืออะไร และมีประโยชน์อะไรบ้าง?
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับแนวคิดนี้ กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETF) เป็นชุดของหลักทรัพย์ที่ออกแบบมาเพื่อติดตามผลงานของสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนี หรือสินทรัพย์อ้างอิง ในบทความนี้ เราจะเน้นที่สกุลเงินดิจิทัลในฐานะสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจฟังดูเหมือนกองทุนรวมแบบดั้งเดิมเล็กน้อย แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญบางประการ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง ETF และกองทุนรวมคือ กองทุนรวมสามารถซื้อขายได้เฉพาะในช่วงเวลาทำการของตลาดเท่านั้น ในขณะที่ ETF ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน (ขึ้นอยู่กับตลาด) ความยืดหยุ่นนี้ทำให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามสถานะของตนได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กองทุนรวมมักได้รับการบริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุน ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงกว่า ในทางกลับกัน ETF จะได้รับการบริหารจัดการแบบพาสซีฟ ทำให้ต้นทุนต่ำลงและให้ผลตอบแทนที่คาดเดาได้ง่ายขึ้น
ข้อดีและข้อเสียของ ETF
ETF สามารถซื้อขายได้เช่นเดียวกับหุ้นสามัญ โดยราคาจะผันผวนตลอดทั้งวัน ทำให้ผู้ซื้อขายสามารถใช้ประโยชน์จากความเคลื่อนไหวของตลาดได้ ETF ส่วนใหญ่มีสินทรัพย์อ้างอิงหลากหลายประเภทแทนที่จะเน้นที่สินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งเพียงประเภทเดียว (เช่น หุ้นแบบดั้งเดิม) คุณลักษณะนี้ดึงดูดผู้ซื้อขายที่ต้องการการกระจายความเสี่ยงและความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน
ต่อไปนี้เป็นประโยชน์หลักบางประการและข้อสรุปจาก ETF:
- ETF มีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเทียบกับกองทุนรวม
- ค่าธรรมเนียมและคอมมิชชั่นที่ต่ำลงเนื่องจากโครงสร้างที่ได้รับการบริหารจัดการแบบเฉื่อยชา
- ETF สามารถติดตามสินทรัพย์เดียวหรือสินทรัพย์หลายรายการได้
- ความหลากหลายของ ETF ช่วยให้มีเสถียรภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน
ETF ตัวแรกเปิดตัวในปี 1993 และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมูลค่าการลงทุนทั้งหมดใน ETF เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจถึง 10% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2010 เห็นได้ชัดว่าเครื่องมือการลงทุนเหล่านี้ได้รับการตอบรับจากนักลงทุน!